มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิเอเชียแปซิฟิกของแคนาดา (APF Canada) เพื่อดำเนินการเวิร์กช็อประยะที่สองในชุดการอบรมพัฒนาศักยภาพเชิงบูรณาการด้านเพศสภาวะ ในฐานะพันธมิตรดำเนินงานของโครงการ APEC Canada Growing Business Partnership (ACGBP) ที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากรัฐบาลแคนาดา โครงการ ACGBP มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับวิสาหกิจขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs) ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเอเปค โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกิจการที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำ
เวิร์กช็อปมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็น โดยเฉพาะด้านการตลาดดิจิทัล การทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การประยุกต์ใช้ AI สำหรับผู้ประกอบการ แนวคิดธุรกิจที่คำนึงถึงมิติความเท่าเทียมทางเพศ และความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เจ้าของกิจการ MSMEs จากทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ได้รับคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง และมุมมองที่เป็นประโยชน์จากผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์โดยตรง
และนี่คือมุมมองพร้อมทั้งข้อคิดที่น่าสนใจจากผู้ประกอบการ 4 ท่านที่มาร่วมแบ่งปันกับเรา:
คุณรุ่งเรือง หวนระลึก – บริษัท เจเจแซท เดลิเวอรี่ จำกัด

ในฐานะผู้ประกอบการมากประสบการณ์ที่ทำงานในธุรกิจระบบและเครือข่ายโทรทัศน์มากว่า 25 ปี คุณรุ่งเรือง หวนระลึก ผู้ก่อตั้งบริษัท เจเจ แซทส์ เดลิเวอรี่ จำกัด ได้สร้างธุรกิจที่เติบโตและให้บริการลูกค้าในหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ แม้จะมีประสบการณ์ยาวนาน แต่เขายังคงมองหาลู่ทางในการต่อยอดธุรกิจอยู่เสมอ หลังจากเข้าร่วมโครงการของคีนันเมื่อไม่นานนี้ เขาได้มุมมองใหม่ ๆ ที่นำมาปรับใช้ในการวางกลยุทธ์ระยะต่อไปของบริษัท
คุณรุ่งเรืองเล่าว่างานอบรมครั้งนี้ให้ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เนื้อหาต่าง ๆ ไม่เพียงแค่ให้เครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริง แต่ยังทำให้เขาเห็นศักยภาพของการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลอย่างชัดเจน “ผมประทับใจเป็นพิเศษกับการเรียนรู้วิธีนำโซเชียลมีเดียมาใช้ภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และหัวข้อการประยุกต์ใช้ AI ก็ทำให้ผมเกิดไอเดียต่อยอดธุรกิจในอนาคต” สิ่งหนึ่งที่เขาได้รับคือมุมมองว่าความยั่งยืนสามารถเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ที่ประหยัดพลังงาน ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้สามารถนำเงินส่วนที่ประหยัดได้ไปลงทุนพัฒนาธุรกิจด้านอื่น เช่น การซื้ออุปกรณ์ใหม่
ด้านความรู้ทางการเงินก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่โครงการช่วยเติมเต็มให้มากขึ้น คุณรุ่งเรืองยอมรับว่าธุรกิจ SME จำนวนมาก รวมถึงกิจการของเขาเอง มักมองข้ามเรื่องกลยุทธ์ทางการเงิน “การอบรมครั้งนี้ช่วยให้ผมเข้าใจวิธีบริหารการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” และปัจจุบันเขาได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวมาปรับใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจแล้ว
โครงการนี้ยังทำให้เขาหันกลับมาทบทวนแนวทางการทำการตลาดของบริษัทด้วย เขายอมรับว่า “การอบรมทำให้ผมเห็นชัดว่าการตลาดออนไลน์ของเรายังต้องปรับปรุงอย่างจริงจัง” เขาตระหนักว่า “ไม่ว่าคุณจะลงทุนมากแค่ไหน ถ้ากลยุทธ์ไม่ถูกทิศ ทางธุรกิจก็ไม่ไปข้างหน้า” โครงสร้างการอบรมที่ชัดเจนและเน้นการปฏิบัติช่วยให้เขามองเห็นช่องว่างเหล่านี้ และเริ่มวางแผนแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้จริง
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ในโครงการ เขาสรุปว่า “โครงการนี้มีคุณค่าอย่างมาก ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ต่อยอดการขยายธุรกิจ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของบริษัทได้โดยตรง ไม่เพียงทำให้ธุรกิจของผมเข้มแข็งขึ้น แต่ยังช่วยให้ผมมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐภาพรวมได้มากขึ้นด้วย”
คุณภัทรวดี ลีภาคภูมิพานิชย์ – Ginkean Studio

ในฐานะผู้ก่อตั้ง Ginkean Studio คุณภัทรวดีช่วยผู้ประกอบการแปลงไอเดียสร้างสรรค์ให้กลายเป็นความสำเร็จทางธุรกิจ ผ่านการสอนการออกแบบคอนเทนต์ภาพและการพัฒนาสินค้าเพื่อจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับนานาชาติ แม้เธอจะเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว แต่เธอตัดสินใจเข้าร่วมเวิร์กช็อปครั้งนี้ด้วยเป้าหมายที่จะปรับกลยุทธ์ดิจิทัลให้เฉียบคมยิ่งขึ้น และมองหามุมมองใหม่ ๆ
คุณภัทรวดียอมรับว่าเธอประทับใจเนื้อหาในส่วนของการตลาดเป็นพิเศษ เธอเล่าว่า “ฉันชอบเซสชันด้านการตลาดมาก รู้สึกว่าการตลาดเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ช่วยให้เขาเข้าใจว่าธุรกิจของเราคืออะไร และจะช่วยเขาได้อย่างไร” นอกจากนี้ เธอยังได้มุมมองใหม่ต่อการทำงานของตัวเอง โดยตระหนักว่า “ทุกอย่างสามารถออกแบบและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ”
โครงการนี้ยังช่วยเปิดมุมมองเรื่องการใช้เทคโนโลยีในเชิงลึกยิ่งขึ้น โดยคุณภัทรวดีเล่าว่า “ฉันได้เรียนรู้วิธีใช้ AI อย่างเป็นระบบมากขึ้น และได้ความรู้เชิงปฏิบัติในการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
นอกเหนือจากเนื้อหาเฉพาะด้านแล้ว สิ่งที่คุณภัทรวดีมองว่าเป็นคุณค่าใหญ่ที่สุดของเวิร์กช็อปครั้งนี้ คือโอกาสในการสร้างเครือข่าย “ฉันได้พบผู้ประกอบการจากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก” เธอเล่าว่า “ทุกคนมาเพื่อแบ่งปันทั้งความรู้และประสบการณ์ ทำให้ฉันเปิดมุมมองกว้างขึ้น เห็นโอกาสและแนวคิดใหม่ ๆ มากมาย”
เธอยังเน้นย้ำถึงความคุ้มค่าและการเข้าถึงง่ายของโครงการนี้ด้วยว่า “นี่เป็นโครงการที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ประกอบการ” โดยชี้ให้เห็นว่าโครงการ “ให้ความรู้พื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งงบ การวางแผนการเงิน การตลาด หรือ AI… ทุกคนที่มาร่วมต่างได้อะไรติดตัวกลับไปใช้จริง”
คุณปยุต ชลธิศสุนทร – Mental Kids

ในฐานะผู้ก่อตั้ง MENTAL KIDS Institute คุณปยุตอุทิศตนเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กอย่างรอบด้าน โดยเชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็กออทิสติก เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า และเด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมรูปแบบต่าง ๆ ด้วยเป้าหมายที่จะตอบแทนสังคม เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมเวิร์กช็อปครั้งนี้เพื่อแสวงหาความรู้เชิงปฏิบัติที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น
โครงการอบรมช่วยให้เขาคัดกรองข้อมูลสำคัญออกมาจากโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลรอบตัวได้อย่างชัดเจน เขาเล่าว่า “ผมได้เรียนรู้พื้นฐานการทำธุรกิจ ทั้งเรื่องความยั่งยืน การใช้โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และการประยุกต์ใช้ AI ซึ่งทั้งหมดสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของผมได้จริง” เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่าโครงการนี้เป็นเสมือน “สรุปเนื้อหาที่ใช้ได้ผลจริง” และรู้สึกว่ามูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย “ส่งต่อวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพและผ่านการพิสูจน์แล้วให้กับผู้ประกอบการอย่างพวกเรา”
นอกเหนือจากทักษะที่ได้รับแล้ว สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณปยุตอย่างมากคือรูปแบบการดำเนินงานในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรของมูลนิธิฯ เขาอธิบายว่า “ผมชื่นชมมากที่มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมและแนวทางธุรกิจของผมเอง” สิ่งนี้ “จุดประกายให้ผมอยากสร้างธุรกิจที่ไม่เพียงช่วยเหลือเด็กและครอบครัว แต่ยังส่งผลดีคืนกลับสู่สังคมด้วย ทุกอย่างถูกถ่ายทอดอย่างจริงใจโดยไม่มีวาระแอบแฝง”
คุณมาลีวัลย์ ลิ้มวรรัตน์ – บริษัท เวลล์คอน อินทีเรีย จำกัด

คุณมาลีวัลย์ช่วยดูแลธุรกิจครอบครัวของเธอ บริษัท เวลล์คอน อินทีเรีย จำกัด ซึ่งให้บริการด้านออกแบบและรับเหมาตกแต่งภายในแบบครบวงจร บริษัทเชี่ยวชาญด้านงานตกแต่งภายในและการผลิตเฟอร์นิเจอร์ โดยผสมผสานการใช้ซอฟต์แวร์ขั้นสูงและเครื่องจักร CNC เข้ากับฝีมือช่างที่ประณีต
เมื่อถูกถามว่าได้เรียนรู้อะไรจากโครงการ คุณมาลีวัลย์เล่าว่าสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจมากคือการเชื่อมโยงกันระหว่างเทรนด์กับ AI “ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดเลยว่าสองเรื่องนี้จะทำงานร่วมกันได้ดีขนาดนี้” เธอกล่าว “ตอนนี้ฉันเห็นแล้วว่าสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้จริง” เธอยังเน้นย้ำว่าการบริหารการเงินเป็นอีกหัวข้อสำคัญสำหรับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
โครงการอบรมยังช่วยให้บริษัทของเธอสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “การได้เรียนรู้เรื่องเทรนด์และ AI ช่วยสนับสนุนเป้าหมายนี้ ทำให้เราเข้าใจวิธีออกแบบและนำเสนอคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มที่เหมาะสมได้ดีขึ้น” เธออธิบาย นอกเหนือจากทักษะเชิงปฏิบัติแล้ว เวิร์กช็อปครั้งนี้ยังเติมไฟในการทำงานให้เธอด้วย “นี่เป็นโครงการที่ดีมาก แค่ได้นั่งฟังเฉย ๆ ก็รู้สึกว่ามีคุณค่ามากแล้ว” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอ “ได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการพัฒนาธุรกิจต่อไป” สำหรับคุณมาลีวัลย์ สิ่งที่มีความหมายที่สุด คือโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองและพูดคุยกับผู้ประกอบการคนอื่น ๆ
องค์ความรู้และทักษะที่ผู้ประกอบการได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ AI การตลาดดิจิทัล หรือการวางแผนการเงิน จะไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในวงกว้าง เราตั้งตารอที่จะได้เห็นว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะนำความรู้ใหม่ไปต่อยอดธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และร่วมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง