การปลูกฝังความตระหนักด้านความปลอดภัยในสาขาช่างอากาศยานและธุรกิจการบิน
ในห้องเรียนสาขาช่างอากาศยาน ความรู้ด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ความปลอดภัยคือพื้นฐานสำคัญของทุกขั้นตอนการทำงาน และเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ยังอยู่ในห้องเรียน สำหรับครูและนักศึกษาสาขาช่างอากาศยานจากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่นและวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ประสบการณ์จาก โครงการ Boeing STEM and Technical Education Classroom 2025 ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่าง Boeing และ Kenan Foundation Asia ได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวอัญชลี จันทร์มา สาขาช่างอากาศยานจากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง ครูผู้สอนรายวิชาฟิสิกส์ใน Module 2 อธิบายว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการนี้ การสอนเรื่องความปลอดภัยในห้องเรียนมักอาศัยการตักเตือนด้วยคำพูด เช่น “อย่าทำแบบนั้น” “อย่าประมาท” หรือ “ป้องกันด้วยนะ” อย่างไรก็ตาม คำตักเตือนเหล่านี้กลับไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้เรียนมากนัก นักเรียนจำนวนมากยังไม่เห็นภาพว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้อย่างไร ครูเองจึงทำได้เพียงตักเตือนซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจริงได้อย่างชัดเจน
ความท้าทายของการสอนวิชาฟิสิกส์ในสายอากาศยานจึงไม่ใช่เพียงการอธิบายสูตรหรือเนื้อหาในตำรา แต่เป็นการสร้างความตระหนักให้ผู้เรียนเห็นล่วงหน้าว่า หากเกิดความผิดพลาดจะส่งผลอย่างไร ทั้งต่อตนเอง อุปกรณ์ หรือสภาพแวดล้อมรอบข้าง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่า ทุกแรง ทุกการเคลื่อนที่ และทุกการตัดสินใจ ล้วนเชื่อมโยงโดยตรงกับความปลอดภัยในการปฏิบัติงานจริง และอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้อื่นได้
การเข้ามาของโครงการ Boeing STEM and Technical Education Classroom 2025 ได้นำรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างออกไป จากการเรียนรู้ผ่านตัวหนังสือ สู่การเรียนรู้ผ่านสื่อประกอบที่ช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเรียนรู้วิธีการรับมือเบื้องต้นกับสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้จากกรณีและสถานการณ์จริง พวกเขาสามารถคิด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงบทเรียนกับโลกการทำงานได้ดีกว่าเดิม ความปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงข้อห้าม แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคิดและการตัดสินใจ
หลังจากโครงการเริ่มดำเนินการ นักเรียนเริ่มให้ความสนใจกับกิจกรรมและสื่อประกอบมากกว่าเนื้อหาที่เป็นตัวอักษรเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้เชิงปฏิบัติช่วยกระตุ้นความสนใจ ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับบทเรียนมากขึ้น และเริ่มตระหนักว่าความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของการถูกตักเตือน แต่เป็นความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานทุกคน
ในอีกมุมหนึ่ง นางสาวปานชนก มูลมั่งคั่ง ครูการอาชีพจากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น มองว่าหลักความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของสายอาชีพช่างอากาศยาน เนื่องจากในแต่ละปียังคงมีกรณีการบาดเจ็บหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการซ่อมบำรุงอากาศยานอยู่ ครูสะท้อนว่าไม่อยากเห็นนักเรียนต้องเผชิญกับอุบัติเหตุเมื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง จึงเน้นให้นักศึกษาเรียนรู้การสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่การอ่านป้ายเตือน การทำความเข้าใจโซนพื้นที่ทำงาน ไปจนถึงการตระหนักว่าพื้นที่ใดสามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ และพื้นที่ใดควรหลีกเลี่ยง ซึ่งเป็นทักษะด้านความปลอดภัยที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว
ภายใต้โครงการ Boeing STEM and Technical Education Classroom 2025 ครูสามารถนำองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยมาปรับใช้กับรายวิชาที่สอนได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการตักเตือนด้วยคำพูด แต่เป็นการเชื่อมโยงบทเรียนกับสถานการณ์ที่นักศึกษาจะต้องเผชิญในอนาคต ทั้งความเสี่ยงต่อตนเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นทีม และการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย เช่น พื้นที่ฝึกงานหรือพื้นที่ทำงานจริง
นอกจากนี้ ครูยังสะท้อนมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมอากาศยานในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มเปลี่ยนมาใช้วัสดุประเภทคอมโพสิตและใยสังเคราะห์ เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ แทนการใช้โลหะหรือแร่ธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นักศึกษาจึงได้เรียนรู้ทั้งเรื่องความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
หนึ่งในกิจกรรมของโครงการที่ครูมองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก คือการนำเครื่องมือวิเคราะห์สาเหตุ เช่น Fishbone และ 5 Why analysis และ มาใช้ในการเรียนการสอน นักเรียนสามารถฝึกวิเคราะห์สาเหตุของการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการทำงานได้อย่างเป็นระบบ การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจที่มาของความเสี่ยง และสามารถป้องกันปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสียงสะท้อนจากนักเรียนยังแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการเรียนรู้เช่นกัน นางสาวอารยา คำดีบุญ (เมย) นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีที่ 1 แผนกช่างอากาศยาน จากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น มีความฝันที่จะเป็นช่างซ่อมเครื่องบินภายในประเทศไทยที่สามารถซ่อมบำรุงอากาศยานได้อย่างครบทุกด้าน สำหรับเมย ความปลอดภัยคือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และความผิดพลาดอาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตนเองเพียงคนเดียว แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นและผู้โดยสารอีกด้วย แม้จะมีอุปสรรคด้านภาษาและความกังวลว่าจะทำงานซ่อมบำรุงได้ไม่ดีพอ แต่การเรียนรู้ผ่านกรณีตัวอย่างจริงและสื่อประกอบจากโครงการ Boeing STEM and Technical Education Classroom 2025 ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน นายอนุสิทธิ์ ทองหลาง (ซี) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 แผนกช่างอากาศยาน จากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง สะท้อนอีกมุมหนึ่งของการเรียนรู้ เขาเป็นผู้ที่สนใจเครื่องบินและกลไกมาตั้งแต่ต้น และเลือกเส้นทางอาชีวศึกษาเพื่อเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง เมื่อมองเห็นโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในสายอาชีพช่างอากาศยาน เขาจึงตั้งเป้าหมายในการทำงานด้านซ่อมบำรุงอากาศยาน และพัฒนาตนเองสู่ระดับนานาชาติในอนาคต การเรียนรู้ที่เน้นความปลอดภัยและสถานการณ์จริงทำให้เขาเข้าใจว่า ความชอบเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากขาดความรอบคอบและความรับผิดชอบ ความปลอดภัยจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมตัวก้าวเข้าสู่วิชาชีพ
เมื่อความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง :
แต่คือระบบที่ต้องเริ่มตั้งแต่โรงเรียน
เมื่อมองออกไปไกลกว่าห้องเรียน นาวาอากาศตรีบัญชา ชุนสิทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังพลอาชีวศึกษากลุ่มอาชพอุตสาหกรรมการบิน สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการบินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ต้องถูกปลูกฝังอย่างเป็นระบบตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการผลิตกำลังคน
“สุดท้ายแล้ว product ของระบบการศึกษาคือคน คนที่มีฝีมือ มีวินัย และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก”
-นาวาอากาศตรีบัญชา ชุนสิทธิ์
โรงเรียนในฐานะ Maintenance Training Organization (MTO) จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดทักษะทางเทคนิค แต่ต้องสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้ฝังอยู่ในกระบวนการคิดของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ในมุมของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้กำลังคน โดยภาคเอกชนมีบทบาทในการสนับสนุนภาคการศึกษา เพื่อให้ได้บุคลากรที่พร้อมทำงานอย่างปลอดภัยตั้งแต่วันแรก
คุณบัญชาย้ำว่า หัวใจของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะหากการพัฒนาไม่ถูกสานต่อ ความตระหนักอาจลดลงได้ แต่หากได้รับการต่อยอดอย่างสม่ำเสมอ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยจะค่อย ๆ เติบโตจากห้องเรียน สู่สถานประกอบการ และหยั่งรากในระบบอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว
เรื่องราวจากครูและนักศึกษาสาขาช่างอากาศยานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่ระดับการศึกษา คือรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ Boeing Technology Enhanced Learning (TEL) ความร่วมมือระหว่าง Boeing และ Kenan Foundation Asia ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะทางเทคนิค แต่ยังช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของครูและนักศึกษา ให้ความปลอดภัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการทำงานในชีวิตจริง